นักกิจกรรมบำบัดช่วยเหลือเด็กการเรียนรู้บกพร่องได้อย่างไร

กบ.นราพร ม่วงปกรณ์

Hilight

  • เด็กการเรียนรู้บกพร่อง ไม่ได้มีปัญหาแค่การเรียน
  • กิจกรรมบำบัดช่วยลูกได้อย่างไร
  • ช่วยเหลืออย่างเข้าใจ ก่อนเด็กหมดไฟในการเรียน

ภาวะการเรียนรู้บกพร่อง (Learning Disability) เกิดจากความบกพร่องการทำงานของสมอง ทำให้เด็กมีระดับสติปัญญาที่ปกติแต่ผลการเรียนสัมฤทธิ์ต่ำกว่าเกณฑ์ในระดับชั้นเรียน ซึ่งเด็กอาจแสดงถึงความสามารถทางการเรียนด้านใดด้านหนึ่งที่ต่ำกว่าเกณฑ์หรือผสมกันทุกด้านไม่ว่าจะเป็นด้านการอ่าน การเขียน หรือการคิดคำนวณ โรคการเรียนรู้บกพร่องสามารถพบได้ตั้งแต่ช่วงประถมต้นเนื่องจากจะเริ่มเห็นความแตกต่างทางความสามารถในการเรียนของเด็กในชั้นเรียนจึงทำให้สามารถสังเกตและตรวจพบได้ตั้งแต่ในช่วงนี้ คุณพ่อคุณแม่อาจมีความกังวลใจเมื่อได้รับข้อมูลว่าลูกของเราเป็นโรคนี้ แต่หากเด็กได้รับการวินิจฉัยที่เร็วและได้รับการช่วยเหลืออย่างเหมาะสมจะทำให้เด็กสามารถประสบความสำเร็จทางการเรียนได้ตามความสามารถที่ควรจะเป็น ลดปัญหาพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ในชั้นเรียนได้

เด็กการเรียนรู้บกพร่อง ไม่ได้มีปัญหาแค่การเรียน

เด็กที่มีการเรียนรู้บกพร่องไม่ได้รับการวินิจฉัยและการช่วยเหลืออย่างเข้าใจจากผู้ปกครอง คุณครูหรือเพื่อนร่วมชั้น อาจทำให้เกิดปัญหาทางพฤติกรรมตามมาได้มากไม่ว่าจะเป็น การถูกกลั่นแกล้งจากเพื่อนร่วมชั้น แสดงพฤติกรรมขาดสมาธิในห้องเรียนเนื่องจากตามเนื้อหาไม่ทัน ทำงานไม่เสร็จตามที่ได้รับมอบหมาย มีพฤติกรรมต่อต้านหรือดื้อเงียบ ในเด็กบางคนอาจมีพฤติกรรมก้าวร้าวรุนแรง ขาดความมั่นใจในตนเองเนื่องจากถูกตำหนิอยู่บ่อยครั้ง ทั้งหมดนี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของพฤติกรรมที่อาจเกิดขึ้นซึ่งกระทบต่อความสัมพันธ์ในครอบครัว สังคมที่โรงเรียน จนนำไปสู่การปฏิเสธไม่อยากไปโรงเรียนตามมา ดังนั้นปัญหาการเรียนรู้บกพร่องควรได้รับการตรวจวินิจฉัยเพื่อแยกโรคให้ชัดเจนจะทำให้เด็กได้รับการดูแลและการกระตุ้นพัฒนาการอย่างเหมาะสมจากสหวิชาชีพ ลดปัญหาพฤติกรรมที่อาจตามมาและช่วยให้เด็กได้มีศักยภาพการเรียนสูงสุดในแต่ละบุคคล

เด็กการเรียนรู้บกพร่องกับกิจกรรมบำบัด

นักกิจกรรมบำบัดเป็นหนึ่งในสหวิชาชีพที่มีความสำคัญในการพัฒนาศักยภาพและพัฒนาการของเด็กๆ ให้เหมาะสมตามวัยเพื่อให้เด็กๆ สามารถทำกิจกรรมการดำเนินชีวิตได้ไม่ว่าจะเป็นการทำกิจวัตรประจำวัน การเล่น และการเรียน ปัญหาที่นักกิจกรรมบำบัดพบได้บ่อยในเด็กกลุ่มการเรียนรู้บกพร่อง (Learning Disability) 

  1. ปัญหาพฤติกรรม: เช่นขาดสมาธิ เหม่อลอย วอกแวกง่ายเนื่องจากกลุ่มโรคการเรียนรู้บกพร่องมักมีโรคร่วมคือโรคสมาธิสั้น (Attention-Deficit/ Hyperactivity Disorder ADHD) ซึ่งทำให้เด็กกลุ่มนี้มีปัญหาขาดสมาธิ ทำงานเสร็จไม่ทันเพื่อนในชั้น เมื่อคุณครูสั่งงานมาจะจดจำคำสั่งได้ไม่ครบ หุนหันพลันแล่น รบกวนเพื่อนในชั้นเรียน มีปัญหาการควบคุมอารมณ์ทั้งอารมณ์โกรธหรือความวิตกกังวล
  2. ปัญหาการเขียนที่เกิดจากกล้ามเนื้อมือไม่แข็งแรง: เด็กที่มีการเรียนรู้บกพร่องในบางรายจะมีปัญหาการเขียนที่มีขนาดไม่เหมาะสม น้ำหนักมือกดแรงหรือเบาเกินไป เขียนแล้วล้าง่ายทำให้เขียนไม่ทัน รวมไปถึงท่าทางขณะเขียนที่ไม่เหมาะสมเช่น ข้อมืองอมากเกินไป เคลื่อนไหวแยกนิ้วไม่คล่องแคล่ว
  3. ปัญหาการบูรณาการประสาทความรู้สึก (Sensory Integrative Dysfunction SID): กระบวนการรับความรู้สึกจะรับสิ่งเร้าเข้ามาใน 7 ช่องทาง และหากเด็กๆ เกิดปัญหาในการประมวลและบูรณาการความรู้สึกเป็นอย่างไร สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่ linkบทความความบกพร่องการประมวลผล อาการที่แสดงออกถึงปัญหาการเรียนที่เนื่องมาจากการบูรณาการประสาทความรู้สึกมีได้หลากหลายเช่น แยกแยะเสียงที่ต่างกันไม่ได้ เขียนตัวอักษรม้วนหัวหรือทิศทางไม่ถูกต้อง ไม่สามารถเขียนชื่อหรือคำง่ายๆ โดยที่ไม่ต้องมองกระดาษ นอนฟุบโต๊ะเขียนหนังสือ
  4. ปัญหาการรับรู้ทางสายตา (Visual Perception): ปัญหาการรับรู้ทางสายตาจะส่งผลต่อการอ่านและการเขียนของเด็กอย่างมากเนื่องจากการอ่านและเขียนอาศัยกระบวนการมองเห็นและแปลภาพที่มองเห็นเป็นข้อมูลให้กับเด็กๆ ดังนั้นเมื่อความสามารถในการมองเห็นและแปลความหมายในสิ่งที่มองได้ไม่สมบูรณ์ย่อมทำให้ประสิทธิภาพในการอ่านและเขียนลดลง การรับรู้ทางสายตาอาจแบ่งได้เป็น 3 กลุ่มใหญ่ๆ คือ
    • การรับรู้ข้อมูลจากสายตา (Visual receptive skill): กระบวนการได้มาและจัดการข้อมูลจากสิ่งเร้าที่มองเห็น เป็นการทำงานของลูกตาและการควบคุมการเคลื่อนไหวลูกตา
    • การรู้คิดทางการมองเห็น (Visual cognitive skill): เกิดขึ้นในสมองเป็นการแปลผลและนำข้อมูลไปใช้งาน ประกอบด้วย การคงช่วงความสนใจจากการมองเห็น, การจดจำสิ่งที่มองเห็น, การแยกแยะสิ่งเร้าและการรับรู้สิ่งต่างๆรอบตัว สร้างภาพในจินตนาการ
    • สหสัมพันธ์ตาและมือ (Eye hand coordination): การทำงานร่วมกันระหว่างตาและมือเพื่อทำให้เกิดการเคลื่อนไหว ทักษะเกี่ยวข้องกับการเขียน การทำกิจกรรมที่ต้องใช้มือ การกะระยขณะทำกิจกรรม
  5. ปัญหาทักษะสมองส่วนหน้า (Executive Function EF): เด็กกลุ่มนี้อาจมีปัญหาความจำใช้งาน การกำกับตนเอง การควบคุมอารมณ์ การวางแผนและจัดการงานต่างๆ ให้สำเร็จได้ทันหรือการคิดแก้ไขปัญหา 
  6. ปัญหาการทำกิจวัตรประจำวันขั้นสูง (Instrumental ADLs): เด็กที่มีปัญหาการเรียนรู้บกพร่องจะสามารถทำกิจวัตรประจำวันพพื้นฐานของตนเองได้ แต่เมื่อโตขึ้นเข้าสู่ช่วงวัยรุ่น จะต้องมีการทำกิจวัตรประจำวันขั้นสูง เช่น การจัดการเงิน การเดินทางด้วยขนส่งสาธารณะ การเตรียมอาหารง่ายๆ ซึ่งจะต้องได้รับการช่วยเหลือในช่วงแรกเพื่อให้เกิดทักษะด้วยวิธีที่เหมาะสมกับลักษณะการเรียนรู้ของเด็กแต่ละคน

นักกิจกรรมบำบัดช่วยลูกได้อย่างไร

  1. ส่งเสริมการบูรณาประสาทรับความรู้สึกที่เกี่ยวข้องกับการเขียนเช่น ฝึกการวางแผนการเคลื่อนไหวในกิจกรรมใหม่ๆ เพราะการวางแผนการเคลื่อนไหวที่ดี จะทำให้เด็กสามารถเขียนตัวอักษรไปในทิศทางที่ควรจะเป็น กะแรงกะระยะในการเขียนได้เหมาะสม ฝึกแยกแยะจากการได้ยินทำให้เด็กสามารถแยกเสียงที่คล้ายกันได้ ฝึกการมีสมาธิจดจ่อผ่านกิจกรรมที่ใช้การทรงตัวทรงท่า การรับรู้ตำแหน่งของร่างกาย จะช่วยให้เด็กมีสมาธิในการเรียนได้ ใช้ประสาทสัมผัสมาร่วมกับกิจกรรมการเขียนเช่น ปั้นดินน้ำมันเป็นตัวอักษร ใช้นิ้วลากไปตามเส้นเชือกที่เป็นคำก่อนจะเขียน ซึ่งทั้งหมดนี้จะจัดผ่านกิจกรรมที่สนุก เหมาะสมกับความสามารถของเด็กแต่ละคนเพื่อเป้าหมายสูงสุดได้
  2. ส่งเสริมการรับรู้ทางสายตา หากเด็กมีปัญหาการรับรู้ทางสายตา นักกิจกรรมบำบัดสามารถช่วยแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นเช่น กวาดสายตาอ่านทีละคำหรือบรรทัดไม่ถูกต้อง เขียนสลับด้านหรือกลัวหัว อ่านแยกคำไม่ได้ มีความยากลำบากในการคัดลอกงานจากกระดานสู่กระดาษ นักกิจกรรมบำบัดจะช่วยส่งเสริมการรับรู้ทางสายตาผ่านการทำกิจกรรม ปรับสิ่งแวดล้อมที่ใช้ในการฝึกเขียน อ่านให้มีความน่าสนใจมาขึ้นเช่นใช้สีบอกความแตกต่างของสระ ฝึกการรับรู้ทางสายตาแยกความแตกต่างของวัตถุหรือตำแหน่งของวัตถุที่มีการเปลี่ยนแปลงไป
  3. ส่งเสริมกล้ามเนื้อมือ จากกิจกรรมที่ต้องออกแรงใช้มือเช่น เล่นไม้หนีบผ้า ขยำ/บิดผ้าเช็ดทำความสะอาด เล่นพับกระดาษ ตัดกระดาษ 
  4. ปรับพฤติกรรม ส่งเสริมทักษะสมองส่วนหน้า EF เพื่อให้เด็กมีความตั้งใจและรับผิดชอบงานที่ได้มอบหมายจนสำเร็จ ผ่านกิจกรรมที่อาศัยการวางแผน การคิด วิเคราะห์ การจดจำ การแก้ไขปัญหา เสริมทักษะสังคมให้แสดงออกและเล่นกับเพื่อนได้อย่างเหมาะสม
  5. ปรับกิจวัตรประจำวันขั้นสูง ในบางรายอาจต้องใช้สัญลักษณ์บอกขั้นตอนที่ซับซ้อนแทนคู่มือการอ่านที่เป็นรายละเอียด และฝึกฝนทำซ้ำจนเด็กเกิดเป็นทักษะเด็กจะมีความมั่นใจในตนเอง

เด็กที่มีการเรียนรู้บกพร่องในแต่ละคนมีปัญหาที่ต้องการการช่วยเหลือจากผู้ปกครอง คุณครูที่แตกต่างกัน จึงควรพาเด็กไปพบแพทย์พัฒนาการเด็กเพื่อได้รับการตรวจวินิจฉัยและพบนักสหวิชาชีพเช่นนักกิจกรรมบำบัด นักแก้ไขการพูด ครูการศึกษาพิเศษ เพื่อร่วมกันช่วยเหลือเด็กให้มีพัฒนาการการเรียนรู้ได้เหมาะสมและส่งเสริมศักยภาพที่มีได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ก่อนที่เด็กๆ จะหมดไฟกับการเรียนเนื่องจากไม่มีใครเข้าใจในธรรมชาติของตัวเขาเลย

กบ.นราพร ม่วงปกรณ์
กบ.1123