Highlight
- ชอบเล่นคนเดียว ช่วยเหลือตัวเองได้น้อย ปัญหาใหญ่ของวัยอนุบาล
- อ่านไม่ออก เขียนไม่ได้ ตรวจจับได้ตอนเรียนชั้นประถม
- ปัญหาที่โรงเรียนทำไมต้องแก้ตั้งแต่ที่บ้าน
ฤดูกาลเปิดเทอมใหม่ผ่านมาได้ 2 เดือนแล้วเด็ก ๆ เริ่มสนุกกับการไปโรงเรียนแล้วรึยังคะ เด็ก ๆ ส่วนใหญ่จะเริ่มปรับตัวกับโรงเรียนได้ เล่นสนุกกับกิจกรรมที่โรงเรียน และตอนนี้เองที่คุณพ่อคุณแม่อาจเริ่มได้รับรายงานจากคุณครูด้วยความเป็นห่วงว่าเด็กๆ ยังมีปัญหาที่โรงเรียนที่ต้องได้รับการดูแลใส่ใจเป็นพิเศษ
ปัญหากวนใจวัยรุ่นอนุบาล
ช่วงวัยอนุบาลเด็กอายุ 3 – 6 ปี เป็นก้าวแรกของเด็ก ๆ ที่ออกจากอ้อมกอดของคุณพ่อคุณแม่เพื่อเข้าสู่โรงเรียน ปัญหาที่โรงเรียนที่พบได้บ่อยของเด็กวัยอนุบาลมักเป็นเรื่องพฤติกรรมและการปรับตัวมากกว่าการเรียน อ่าน เขียน ปัญหาที่โรงเรียนที่คุณครูมักจะรายงานให้คุณพ่อคุณแม่ทราบ
- ปัญหาการปรับตัวเข้ากับสังคมใหม่ที่ไม่คุ้นเคย: “ร้องไห้ทุกเช้าไม่ยอมเข้าโรงเรียน เกาะคุณพ่อคุณแม่แน่นไม่ลงจากรถ” ปัญหานี้เคยเกิดขึ้นกันแทบทุกบ้านใช่ไหมคะ เพราะว่าเด็กที่เพิ่งเคยเข้าโรงเรียนหรือเข้าเรียนก่อนอายุ 3 ปีพัฒนาการในช่วงอายุนี้จะยังคงมีภาวะกลัวการแยกจาก (Separation anxiety) ได้แต่เมื่อเวลาผ่านไปเด็กจะสามารถปรับตัวและร่วมกิจกรรมที่โรงเรียนกับเพื่อนได้ หากเวลาผ่านไประยะหนึ่งแล้วเด็กยังไม่สามารถปรับตัวได้ เด็กมีพฤติกรรมแยกตัวหรือมีพัฒนาการถดถอยลง คุณพ่อคุณแม่อาจพิจารณาพาน้องไปพบคุณหมอจิตแพทย์เด็กและวัยรุ่นหรือแพทย์พัฒนาการเด็กเพื่อทำความเข้าใจและปรับการเลี้ยงดูที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้องร่วมด้วย
- ไม่สนใจทำกิจกรรมกลุ่มในห้องเรียน: “น้องออกไปเล่นคนเดียว น้องสนใจกับกิจกรรมได้ไม่นานวิ่งหนีไปทำอย่างอื่น” ปัญหาที่โรงเรียนเหล่านี้อาจเป็น 1 ในสัญญานเตือนได้ว่าลูกของเรามีปัญหาพัฒนาการ ซน อยู่ไม่นิ่ง อยู่ในโลกของตัวเองซึ่งเป็น 1 ในอาการของออทิสติกและสมาธิสั้น เพราะเด็กวัยอนุบาลสามารถเล่นร่วมกันกับผู้อื่นได้ ช่วงความสนใจจดจ่อจะอยู่ได้นานประมาณ 10 นาที สามารถทำตามคำสั่ง 2 ขั้นตอน
- ยังช่วยเหลือนตนเองตามวัยไม่ได้: “น้องยังไม่ตักข้าวกินเอง บอกอึฉี่เองไม่ได้ยังต้องใส่แพมเพิสไปโรงเรียน” ตามพัฒนาการเด็กแล้วนั้นในช่วงวัยอนุบาลเด็กสามารถเลิกแพมเพิสและบอกอึ ฉี่ ด้วยตนเองได้ตั้งแต่อายุประมาณ 2 ปี สามารถใช้ช้อนหรือส้อมรับประทานอาหารเองได้ตั้งแต่ 1 ขวบและใช้ได้ดีตักแล้วหกเล็กน้อยช่วงก่อนอายุ 2 ปี

ปัญหากวนใจวัยประถมต้น
ในเด็กวัยประถมต้นจะอยู่ในช่วงอายุ 7 – 9 ปี ความคาดหวังของคุณครูจะก้าวกระโดดจากการเรียนชั้นอนุบาลที่เน้นเล่นมากกว่าเรียนแต่เมื่อโตขึ้นเด็กๆ จะเริ่มเรียนวิชาการมากขึ้น จับกลุ่มเล่นกันกับเพื่อนได้ดีจึงทำให้เริ่มพบว่าเด็กเริ่มมีปัญหาที่โรงเรียนมากขึ้น
- การอ่านและการเขียน: “จำตัวอักษรไม่ได้ อ่านประสมคำง่ายๆ ไม่ได้ อ่านข้ามคำ” “น้องเขียนตัวอักษรกลับด้าน ขนาดตัวอักษรเล็กใหญ่ไม่เท่ากัน” ตัวอย่างของปัญหาที่โรงเรียนด้านการอ่านและเขียนที่พบได้บ่อย ตามพัฒนาการแล้วเด็กจะต้องเขียนตัวอักษรในทิศทางที่ถูกต้อง สามารถกะขนาดให้เหมาะสมกับบรรทัดได้ เริ่มอ่านตามบทเรียนในชั้นเรียนได้ และในช่วงนี้เองที่จะทำให้พบภาวะเรียนรู้ช้า (Learning Disability) เพราะเด็กเริ่มเรียนไม่ทันชั้นเรียน
- การแกล้งเพื่อนและถูกเพื่อแกล้ง: ปัญหาที่โรงเรียนที่พบเจอได้บ่อยในเด็กที่เริ่มโตคือการใช้ความรุนแรง การกลั่นแกล้งกันทำให้ผู้อื่นบาดเจ็บทางกายหรือทางใจ ดังนั้นทักษะสังคมการเล่นกับเพื่อนเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างมากที่จะทำให้เด็กๆ สามารถเล่นกับเพื่อนได้อย่างสนุกสนานและปลอดภัย เด็กจะต้องรู้จักขอบเขตในการเล่นที่เหมาะสมไม่ก่อให้เกิดการบาดเจ็บทางกาย ทางใจทั้งต่อตนเองและผู้อื่น

พ่อแม่ช่วยแก้ไข ใส่ใจปัญหาลูก
เมื่อเราลองมองย้อนกลับไปเด็กๆ จะเติบโตมามีพัฒนาการที่สมวัยนอกจากปัจจัยจากตัวเด็กเองแล้วยังมีปัจจัยสิ่งแวดล้อม การเลี้ยงดูที่เป็นส่วนสำคัญอย่างมากในการพัฒนาเด็กให้เติบโตมาอย่างแข็งแรงทั้งกายและใจ หากคุณพ่อคุณแม่ไม่อยากให้ลูกมีปัญหาที่โรงเรียนเราสามารถทำได้ง่ายๆ ดังนี้ค่ะ

- ให้ความรัก ความอบอุ่นและเวลาคุณภาพกับเด็กตั้งแต่แรกเกิด: การสร้างสายสัมพันธ์อันดีระหว่างเด็กและคุณพ่อคุณแม่นั้นเป็นรากฐานชิ้นแรกของพัฒนาการทางอารมณ์ สังคมที่ดี เด็กจะเกิดความไว้วางใจต่อโลก รับรู้ถึงความมั่นคงในความสัมพันธ์ทำให้วันที่เด็กเริ่มไปโรงเรียนจะสามารถปรับตัวได้ดี
- สร้างวินัยเชิงบวก เปิดโอกาสให้ลงมือทำ: เด็กๆ จะเรียนรู้ได้ดีที่สุดผ่านประสบการณ์ที่ได้ลงมือทำและมีคุณพ่อคุณแม่อยู่เคียงข้าง เข้าใจในกติกาว่าสิ่งไหนทำได้ ทำไม่ได้ รับผิดชอบในหน้าที่ของตนเอง สิ่งเหล่านี้จะทำให้เด็กมีความมั่นใจในตนเอง ช่วยเหลือตัวเองตามวัยได้และสามารถปรับตัวอยู่ในกฎและกติกาของโรงเรียนได้
- รับฟังปัญหาของลูกทั้งจากตัวเด็กเองและจากคุณครู: เมื่อเด็กเริ่มไปโรงเรียนคุณพ่อคุณแม่สามารถถามคำถามง่ายๆ ที่เหมาะกับช่วงอายุเด็กว่าวันนี้โรงเรียนเป็นอย่างไรบ้าง เมื่อเกิดปัญหาที่โรงเรียนพยายามรับฟังเรื่องราวให้ครบถ้วนแล้วจึงค่อยสอนเด็กให้เรียนรู้จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
- พบคุณหมอ หานักกิจกรรมบำบัด: เมื่อลูกมีปัญหาที่โรงเรียนมากกว่าเพื่อนในชั้นเดียวกัน คุณพ่อคุณแม่ไม่ควรนิ่งนอนใจ รีบมาปรึกษาคุณหมอพัฒนาการเด็ก จิตแพทย์เด็กและนักกิจกรรมบำบัด นักแก้ไขการพูดเพื่อแก้ไขปัญหาได้อย่างตรงจุด เพราะปัญหาที่โรงเรียนที่พบได้บ่อยในปัจจุบันคือซน อยู่ไม่นิ่ง อารมณ์รุนแรง ทั้งหมดนี้คือทักษะ EF ที่จะเติบโตได้ดีในช่วง 2 – 6 ปีแรก

ปัญหาที่โรงเรียนสามารถป้องกันและแก้ไขได้หากคุณพ่อคุณแม่ยอมรับความจริงและตั้งใจช่วยเหลือลูกของเราให้เขาเรียนได้อย่างมีความสุข สนุกกับการไปโรงเรียน เรียนรู้ที่จะใช้ชีวิตในสังคมจริง ดังนั้นปัญหาที่โรงเรียนต้องแก้ตั้งแต่ที่บ้าน โรงเรียนและสหวิชาชีพที่เกี่ยวข้องเพื่อช่วยเด็กได้อย่างตรงจุดร่วมกัน


