เมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน 2567 ที่ผ่านมา ครูปูน นักกิจกรรมบำบัด จากเซ้นเซสหคลินิก (SenseSay Clinic) คลินิกกระตุ้นพัฒนาการเด็ก ได้รับเชิญเข้าร่วมบรรยายและจัดกิจกรรม Workshop “Growing Confident and Respectful: A Parent’s Guide to Raising Independent Children within Boundaries” เพื่อคุณพ่อคุณแม่เข้าใจตัวตนความเป็นเด็ก เรียนรู้วิธีจัดการตนเองและรับมือกับการเลี้ยงดูลูก ร่วมกับ ครูใหม่ จาก SoiSchool ณ โรงเรียน SoiSchool
วิธีรับมือลูกดื้อ ต่อต้านอย่างมีประสิทธิภาพ
หลายครั้งที่พ่อแม่รู้สึกว่าลูกดื้อ ต่อต้าน หรือเอาแต่ใจ แต่จริง ๆ แล้วพฤติกรรมเหล่านี้เกิดจากการตอบสนองของพ่อแม่เองโดยไม่รู้ตัว ลองคิดดูว่าหากพ่อแม่ให้ความสนใจลูกเฉพาะตอนที่พวกเขาทำพฤติกรรมไม่ดี เช่น ร้องไห้งอแงหรือเรียกร้องความสนใจ แต่กลับไม่ให้ความสนใจในช่วงเวลาที่ลูกอารมณ์ดีหรือทำพฤติกรรมที่เหมาะสม ลูกก็จะเรียนรู้ว่า วิธีที่ได้รับความสนใจจากพ่อแม่คือการแสดงพฤติกรรมไม่ดี ลูกก็จะเลือกพฤติกรรมที่ได้รับความสนใจมากที่สุด

การเพิกเฉยต่อพฤติกรรมไม่ดีคือวิธีที่ดีที่สุด หากพ่อแม่ให้ความสนใจเฉพาะพฤติกรรมแย่ ลูกจะใช้วิธีนั้นเรียกร้องความสนใจ ควรเพิกเฉยพฤติกรรมไม่ดี (แต่ไม่ละเลยลูก) และให้ความสนใจเมื่อพวกเขาทำสิ่งที่เหมาะสมแทน
ไม่มีใครทำอะไรโดยไม่หวังสิ่งตอบแทน เด็กก็เช่นกัน ลองคิดตามดูว่า …
- แม่ที่หันไปดุลูกทุกครั้งที่ลูกร้องเอาแต่ใจ แต่เวลาลูกเล่นอารมณ์ดี ไม่ได้เข้าหาลูกเลยเพราะมัวแต่ยุ่งอยู่กับงาน ลูกจึงร้องไห้เพื่อเรียกร้องความสนใจ
- พ่อที่จับมือถือตลอด แต่เมื่อลูกจับมือถือกลับโดนต่อว่า
- ยายที่เดินตามป้อนข้าวหลาน หลานเลยไม่ต้องใช้มือจับช้อน จึงชอบกินไปด้วยเล่นของเล่นไปด้วย เดินซนไปมา ไม่มีสมาธิจดจ่อ
บอกได้เลยว่าไม่ได้มีแค่ครอบครัวเราเท่านั้นที่กำลังเจอปัญหานี้ แต่เกือบทุกบ้านก็เป็นทุกข์และจัดการความวุ่นวายนี้ไม่ได้เช่นกัน ปัญหาลูกดื้อ ต่อต้าน หรือเอาแต่ใจไม่ได้แก้ด้วยการลงโทษ แต่ต้องเริ่มจากการเข้าใจลูก ความเคารพไม่ได้เกิดจากการบังคับ แต่จากความสัมพันธ์ที่ดี พ่อแม่ควรสื่อสารเชิงบวก ใช้เวลากับลูก และสร้างบรรยากาศที่อบอุ่น จนเมื่อลูกรู้สึกปลอดภัย พวกเขาจะให้ความร่วมมือมากขึ้น
ครูปูน นักกิจกรรมบำบัด จากเซ้นเซสหคลินิก (SenseSay Clinic) คลินิกกระตุ้นพัฒนาการเด็ก และครูใหม่ จาก SoiSchool ได้จัดกิจกรรม Workshop นี้ช่วยให้พ่อแม่เรียนรู้วิธีสื่อสารและสร้างความสัมพันธ์ที่ดีขึ้น มาร่วมเปลี่ยนแปลงการเลี้ยงลูกให้มีความสุขและเข้าใจกันมากขึ้น
ทำความเข้าใจพฤติกรรม Seeking Attention: เมื่อเด็กเรียกร้องความสนใจ

พ่อแม่หลายคนคงเคยเจอกับสถานการณ์ที่ลูก กรี๊ด ร้องไห้ ทิ้งตัวลงพื้น เอาแต่ใจ พูดไม่เพราะ หรือกระทืบเท้า เมื่อไม่ได้ในสิ่งที่ต้องการ พฤติกรรมเหล่านี้มักเกิดจากความต้องการบางอย่าง เช่น
- อยากให้พ่อแม่เล่นด้วย
- อยากได้รับความสนใจ
- อยากได้ของเล่น หรือสิ่งของบางอย่าง
เมื่อเด็กใช้พฤติกรรมเหล่านี้เพื่อดึงดูดความสนใจ หากพ่อแม่ ยอมตามใจ ทุกครั้ง เด็กจะเรียนรู้ว่า “ถ้าอยากได้อะไร ต้องโวยวายถึงจะได้” และจะใช้พฤติกรรมเช่นนี้ซ้ำๆ
ในทางกลับกัน หากพ่อแม่เลือกใช้วิธี ดุด่า หรือทำโทษรุนแรง ลูกอาจเรียนรู้ได้ว่า “เมื่อโกรธหรือโมโห เราด่าได้ ตีได้ ไม่ต้องควบคุมอารมณ์ตัวเอง” ทำให้เกิดวงจรพฤติกรรมที่ไม่ดีที่อาจนำไปสู่ปัญหาอารมณ์และพฤติกรรมในระยะยาว

สิ่งที่พ่อแม่ควรทำคือ การเพิกเฉยอย่างมีสติ (Ignore with Calmness) โดยใช้หลัก “นิ่ง สงบ ไม่ดุ ไม่ตี” เปรียบเสมือน น้ำทะเลที่ไร้คลื่น เมื่อพ่อแม่ ไม่แสดงปฏิกิริยาโต้ตอบ กับพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม เด็กจะมีช่วงเวลาที่ได้หยุดใช้ สมองส่วนอารมณ์ (Emotional Brain) และค่อยๆ เปิดรับการใช้ สมองส่วนเหตุผล (Rational Brain) เมื่อลูกสงบลง พ่อแม่สามารถ เริ่มสอนและให้เหตุผล ได้ โดยอธิบายให้เข้าใจว่า “หากต้องการบางสิ่งบางอย่าง ควรพูดอย่างไรให้พ่อแม่ฟัง” และสร้างข้อตกลงร่วมกันเพื่อพัฒนาความสัมพันธ์ที่ดีกับลูก
การรับมือกับพฤติกรรม Seeking Attention อย่างถูกต้อง ไม่เพียงช่วยให้ลูกเรียนรู้วิธีเรียกร้องความสนใจในทางที่เหมาะสม แต่ยังช่วยพัฒนาทักษะการควบคุมอารมณ์และพฤติกรรมของลูกในระยะยาวอีกด้วย
4 ขั้นตอนง่ายๆ ได้ใจลูก: รับมือกับลูกงอแงอย่างเข้าใจ



ภายใน Workshop ครูปูนและครูใหม่ได้นำเสนอ 4 ขั้นตอนง่ายๆในการรับมือเมื่อลูกงอแง เช่น ร้องไห้ ทิ้งตัว หรือแสดงอารมณ์รุนแรง เมื่อไม่ได้ในสิ่งที่ต้องการ หากพ่อแม่ตอบสนองอย่างเหมาะสม ลูกจะเรียนรู้การควบคุมอารมณ์และเคารพขอบเขตที่พ่อแม่กำหนด โดยได้ยกตัวอย่างสถานการณ์สมมติ ดังนี้
“ลูกต้องการของเล่น แต่พ่อแม่ปฏิเสธ ลูกเริ่มร้องไห้ทิ้งตัวลงกับพื้น”
4 ขั้นตอนง่ายๆ ที่ช่วยให้พ่อแม่ได้รับความไว้วางใจจากลูก ได้แก่
1. ปรับอารมณ์พ่อแม่
เมื่อลูกเริ่มร้องไห้หรือแสดงพฤติกรรมงอแง สิ่งสำคัญคือพ่อแม่ต้องสงบนิ่ง ควบคุมอารมณ์ของตัวเอง ไม่แสดงความหงุดหงิดหรือดุว่าลูก พูดด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยและมั่นคง เช่น “แม่จะรอจนกว่าหนูจะสงบ” การควบคุมอารมณ์ของพ่อแม่เป็นตัวอย่างให้ลูกเรียนรู้วิธีจัดการอารมณ์ของตัวเอง
2. เพิกเฉยต่อพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม
พ่อแม่ต้องอดทนและไม่รีบเข้าไปปลอบ โอ๋ หรือยอมตามคำร้องขอของลูก เพราะจะเป็นการตอกย้ำว่าการร้องไห้ช่วยให้ได้สิ่งที่ต้องการ
สิ่งที่ควรทำ คือ นิ่งเฉย ไม่ดุ ไม่ด่า ไม่ตี ไม่อุ้ม ไม่ปลอบ ไม่เช็ดน้ำตา รอจนกว่าลูกจะหยุดร้องเอง แม้ว่าจะใช้เวลานาน
ลูกจะเรียนรู้ว่าการร้องไห้ไม่ได้ช่วยให้ได้สิ่งที่ต้องการ และจะพยายามควบคุมอารมณ์ตัวเองให้ดีขึ้น
3. สะท้อนอารมณ์ของลูก
เมื่อลูกเริ่มสงบลง ให้ใช้เทคนิคการสะท้อนอารมณ์ เพื่อแสดงให้ลูกรู้ว่าพ่อแม่เข้าใจความรู้สึกของเขา เช่น
“แม่เข้าใจว่าหนูร้องไห้ เพราะหนูโมโหที่ไม่ได้ของเล่นใช่ไหมจ๊ะ”
การสะท้อนอารมณ์ช่วยให้ลูกเรียนรู้การระบุและจัดการกับอารมณ์ของตัวเอง อีกทั้งยังช่วยให้ลูกรู้ว่าพ่อแม่อยู่เคียงข้างเขาเสมอ สิ่งนี้จะสร้างความผูกพันที่แน่นแฟ้น และทำให้ลูกเชื่อมั่นและเคารพพ่อแม่
4. กระตุ้นสมองส่วนเหตุผลให้ทำงาน
หลังจากที่ลูกสงบลงแล้ว พ่อแม่สามารถอธิบายเหตุผลอย่างใจเย็นและให้ทางเลือกที่เป็นไปได้ เช่น
“ที่แม่ให้ของเล่นไม่ได้ เพราะเราเคยคุยกันไว้ว่าจะซื้อของเล่นตามข้อตกลงนะจ๊ะ หากลูกต้องการของเล่น ไว้เรามาทำข้อตกลงกันใหม่ดีไหมคะ”
พ่อแม่ควรแสดงภาษากายที่แสดงถึงความเข้าใจ เช่น ย่อตัวลงให้อยู่ระดับเดียวกับลูก สบตา และพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน สิ่งนี้จะช่วยให้ลูกใช้เหตุผลและเรียนรู้การแก้ปัญหาแทนการใช้อารมณ์
ครูปูนได้แนะนำให้ผู้ปกครองในการใช้แนวทางนี้อย่างสม่ำเสมอเพื่อช่วยให้ลูกสามารถควบคุมอารมณ์ของตนเอง มีความมั่นคงทางอารมณ์ และเรียนรู้ที่จะฟังเหตุผลมากขึ้น ที่สำคัญคือ พ่อแม่จะได้ใจลูก และสามารถสร้างความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นกับลูกในระยะยาว

แน่นอนว่าการปรับพฤติกรรมของลูกไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ก็ไม่ได้ยากเกินไป โดยเฉพาะในครอบครัวที่เคยตามใจลูกมาตลอด อาจพบว่าลูกมีแนวโน้มโกรธง่ายและแสดงอารมณ์รุนแรงขึ้น ไม่ใช่เพราะพ่อแม่สอนผิด แต่เป็นเพราะลูกยังไม่คุ้นเคยกับกระบวนการนี้ เนื่องจากที่ผ่านมาเคยได้รับสิ่งที่ต้องการมาโดยตลอด อย่างไรก็ตาม “เวลาและความสม่ำเสมอ“จะช่วยให้ลูกเรียนรู้ และในขณะเดียวกัน พ่อแม่เองก็ต้องมีความอดทนและยึดมั่นในแนวทางที่ถูกต้องเพื่อให้การปรับพฤติกรรมเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ
ภาพบรรยากาศในวัน Workshop @ SoiSchool






