Highlight
- ออทิสติกคืออะไร ทำไมอาการไม่เท่ากัน
- ออทิสติกป้องกันได้ไหม ตรวจพบได้ตอนไหน
- สังคม ภาษา พฤติกรรมแตกต่างจากเพื่อนอย่าปล่อยไว้ รีบมากระตุ้นพัฒนาการ
ออทิสติกสเปกตรัม (Autistic Spectrum Disorder/ASD) คืออะไร
ออทิสติกสเปกตรัม ออทิสติก โรคแอสเพอร์เกอร์ (Asperger syndrome) หรือโรคอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องในกลุ่มอาการออทิสติกจะมีความหลากหลายของลักษณะอาการและความรุนแรง ในอดีตการวินิจฉัยโรคกลุ่มออทิสติกตาม DSM-IV จะแบ่งโรคย่อยเป็น 5 โรคประกอบด้วย Asperger Syndrome, Pervasive Developmental Disorder-Not otherwise Specified, Childhood Disintegrative Disorder, Autistic Disorder และ Rett Syndrome ต่อมามีการปรับเปลี่ยนการวินิจฉัยรวมกลุ่มอาการเข้าด้วยกันตาม DSM V วินิจฉัยกลุ่มโรคออทิสติกในภาพรวมสำหรับเด็กที่มีปัญหาหลัก 3 ด้านประกอบด้วย ความบกพร่องด้านปฏิสัมพันธ์ทางสังคม ความบกพร่องด้านการสื่อสารและมีรูปแบบพฤติกรรมและความสนใจซ้ำๆ ไม่ยืดหยุ่น หรือในบางครั้งเราอาจจะเคยได้ยิน ได้เห็นผ่านตามาบ้างว่าเด็กออทิสติกจะมีอาการ ไม่สบตา ไม่พาที ไม่ชี้นิ้ว
ความบกพร่องด้านปฏิสัมพันธ์ทางสังคม
การมีปฏิสัมพันธ์ทางสังคมเริ่มต้นจากการมองหน้าสบตา จ้องมองผู้อื่นขณะพูดคุยด้วย มีการทักทายยิ้มตอบคนคุ้นเคย โดยอาการด้านนี้สามารถพบได้ตั้งแต่อายุ 12 – 18 เดือน โดยอาการแสดงคือไม่ค่อยสบตา ไม่ตอบสนองต่อการเรียกชื่อ ไม่ใช้การแสดงท่าทางในการปฏิสัมพันธ์หรือสื่อสารกับผู้อื่น ไม่มีความสนใจร่วมกัน รวมถึงการเล่นเลียนแบบเช่นป้อนข้าวตุ๊กตา ที่เด็กๆ สามารถทำได้ในช่วงอายุ 18 เดือน นอกจากนี้เด็กกลุ่มโรคออทิสติกจะไม่ค่อยกลัวคนแปลกหน้า (Stranger anxiety) หรือมีความวิตกกังวลจากการแยกจาก (Seperation anxiety) น้อย ซึ่งเด็กๆ ทุกคนจะมีภาวะนี้ตามพัฒนาการและค่อยๆ ดีขึ้นตามอายุ ในเด็กบางคนที่มีอาการของออทิสติกในระดับน้อยอาจเห็นปัญหาด้านนี้เมื่อเข้าโรงเรียนเช่น เล่นกับเพื่อนไม่เป็น ไม่เข้าใจความรู้สึกของเพื่อน
ความบกพร่องด้านการสื่อสาร
เด็กออทิสติกจะมีพัฒนาการทางภาษาที่ล่าช้ากว่าวัย พูดได้น้อย พูดเป็นภาษาที่ฟังไม่เข้าใจ หรือพูดประโยคที่เคยได้ยินมาโดยไม่สื่อความหมาย อาการที่ทำให้คุณพ่อคุณแม่เริ่มเอะใจเช่น เด็กพูดภาษาต่างดาวไม่มีความหมาย ชอบร้องเพลงที่เคยฟัง ท่องจำก.ไก่ ข.ไข่ได้แต่ไม่พูดเพื่อสื่อสารกับผู้อื่น นอกจากนี้เด็กยังมีความยากลำบากในการใช้ท่าทาง ไม่ชี้นิ้วเมื่ออยากได้ของชิ้นนั้น ไม่แสดงออกทางสีหน้า ในเด็กที่เป็นออทิสติกระดับน้อยสามารถสื่อสารได้แต่พบการเรียงลำดับข้อความไม่ถูกต้อง ไม่เข้าใจมุกตลกที่เพื่อนเล่น หรือพูดซ้ำๆในสิ่งที่ตนเองสนใจมากกว่า ไม่สนใจคู่สนทนา
พฤติกรรมและความสนใจที่จำกัดหรือเป็นแบบแผนซ้ำๆ
เด็กออทิสติกมักจะมีปัญหาพฤติกรรมและความสนใจที่จำกัดหรือเป็นแบบแผนซ้ำเดิม ขาดความยืดหยุ่นที่ทำให้เกิดข้อจำกัดในการดำเนินชีวิต การเข้าสังคมเช่น เด็กชอบทานอาหารซ้ำเดิม ไม่รับประทานอาหารที่หลากหลาย ชอบเล่นของซ้ำเดิมในบางรายพบว่าเล่นของเล่นไม่ตรงกับหน้าที่เช่น หยิบรถมาหมุนปั่นล้อ นำบล๊อกไม้มาเรียงต่อกันแต่ไม่มีการเล่นที่เกี่ยวข้องกับการเรียงวัตถุ ต้องมีรูปแบบกิจวัตรประจำวันเหมือนเดิม ใส่เสื้อผ้าแบบเดิมๆ เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นเด็กจะยอมรับได้ยาก เกิดความคับข้องใจ เกิดพฤติกรรมและอารมณ์เชิงลบต่อสถานการณ์นั้นๆ และใช้เวลานานในการปรับตัว
เด็กกลุ่มออทิสติกสเปกตรัมในแต่ละรายนั้นจะมีอาการที่แตกต่างกันออกไปแต่ดูคล้ายกันเปรียบเป็นเหมือนเฉดสีที่เป็นของเฉพาะบุคคลขึ้นอยู่กับความรุนแรงของโรค การเลี้ยงดูและสิ่งแวดล้อม ดังนั้นเด็กออทิสติกแต่ละคนมีระดับความสามารถที่แตกต่างกันแต่ที่เด็กทุกคนมีเหมือนกันคือความสามารถที่จะพัฒนาให้ดีขึ้นจากเดิมได้หากได้รับความเข้าใจและการกระตุ้นพัฒนาการที่เหมาะสมและทันท่วงที

ออทิสติกสามารถป้องกันได้ไหม
ออทิสติกเกิดจากความผิดปกติของโครงสร้างภายในสมองและ/หรือการทำงานสารสื่อประสาทในสมอง ในปัจจุบันยังไม่มีวิธีการป้องกันออทิสติกได้เนื่องจากสาเหตุการเกิดนั้นยังไม่แน่ชัดแต่มีการศึกษาว่ามีปัจจัยที่ทำให้เกิดออทิสติกได้จาก กรรมพันธุ์ ขณะตั้งครรภ์คุณแม่ได้รับสิ่งแวดล้อมที่มีสารพิษ มลภาวะ หรือเกิดโรคอื่นที่ทำให้เกิดโรคออทิสติกร่วมด้วย การวินิจฉัยและกระตุ้นพัฒนาการแต่เนิ่นๆ (Early intervention) จะมีส่วนช่วยให้เด็กๆ เติบโตได้อย่างดีมากขึ้น
ออทิสติกตรวจเจอได้ตอนไหน
ออทิสติก “ไม่สามารถตรวจเจอได้ขณะตั้งครรภ์” เนื่องจากเด็กไม่ได้มีความผิดปกติทางโครโมโซมหรือความผิดปกติเชิงโครงสร้างที่สามารถอัลตร้าซาวน์ได้ เมื่อเด็กเป็นทารกจะยังไม่มีอาการแสดง อาการออทิสติกจะเริ่มเห็นได้ตั้งแต่ 18 เดือน ในช่วง 2 ขวบเป็นช่วงที่เด็กจะมีปฏิสัมพันธ์กับคน มีพัฒนาการทางภาษาที่ดีสื่อสารให้ผู้อื่นเข้าใจได้ ทำให้ผู้ปกครองเริ่มเห็นความล่าช้าของพัฒนาการได้ชัดเจน ในบางรายที่มีอาการน้อยอาจพบว่าพัฒนาการช่วงแรกดีสมวัยและเริ่มล่าช้าเมื่อโตขึ้น ทั้งนี้หากพัฒนาการของลูกล่าช้าด้านสังคม ด้านภาษา มีพฤติกรรมหรือรูปแบบซ้ำเดิมควรรีบพบแพทย์พัฒนาการเด็กหรือจิตแพทย์เด็กเพื่อทำการวินิจฉัยและเข้ารับการกระตุ้นพัฒนาการที่เหมาะสมกับตัวเด็กเอง
ออทิสติกยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัดและยังไม่มีวิธีป้องกันการเกิดได้ หากพบว่าลูกของเรากำลังมีปัญหาการเข้าสังคม ไม่มองหน้าสบตา เรียกไม่หัน พูดคำไม่มีความหมาย มีพฤติกรรมซ้ำๆ รีบมาประเมินพัฒนาการและกระตุ้นพัฒนาการให้ไวที่สุดเพื่อไม่พลาดเวลาทองแห่งการพัฒนาศักยภาพของเด็กนะคะ

