🚩Red Flag Autistic สัญญาณเตือนว่าลูกของเรามีความเสี่ยงจะเป็นออทิสติกไหม
Hightlight
- ไม่สบตา ไม่พาที ไม่ชี้นิ้ว เหล่านี้อาจเป็นสัญญาณเตือนว่าลูกของเราเสี่ยงที่จะเป็นออทิสติก
- รู้เร็ว กระตุ้นได้เร็ว
อาการของเด็กออทิสติก อ้างอิงการวินิจฉัยโรคจาก DSM-V นั้นแบ่งได้เป็น 3 หัวข้อ ได้แก่
1.ความบกพร่องด้านปฏิสัมพันธ์ทางสังคม
2.ความบกพร่องด้านการสื่อสาร
3.พฤติกรรมและความสนใจที่จำกัดและเป็นแบบแผนซ้ำๆ
อ่านเพิ่มเติมได้ที่ ไขข้อข้องใจเกี่ยวกับ ออทิสติก
อย่างที่เราทราบกันว่า ภาวะออทิสติกไม่สามารถตรวจเจอได้ขณะตั้งครรภ์ โดยเราจะเริ่มเห็นความผิดปกติของเด็กได้ตั้งแต่แรกคลอด และเริ่มสังเกตอาการได้ชัดในช่วงอายุ 18 เดือน เป็นต้นไป ในทางปฏิบัติแล้วนั้น การเริ่มรักษาและกระตุ้นเพื่อพัฒนาเด็กออทิสติกในระยะเริ่มต้น หรือ Early-Intervention นั้นสำคัญมาก เนื่องจากในช่วง 3 ปีแรกของเด็ก เป็นช่วงที่สมองมีการพัฒนาได้รวดเร็วและไวที่สุด สมองมีการสร้างใยประสาท รวมถึงกำจัดใยประสาทที่ไม่ได้ใช้ออกไป ในเด็กออทิสติกพบว่า สมองของเด็กโดยเฉพาะส่วนหน้า สมองส่วนการประมวลผลทางอารมณ์ มีการทำงานได้แตกต่างจากสมองของเด็กทั่วไปกล่าวคือ สมองบางส่วนอาจทำงานมากกว่าปกติ บางส่วนทำงานได้น้อยกว่าปกติ หรือ มีการทำงานเป็นเฉพาะส่วนที่ไม่สมดุล ดังนั้นการกระตุ้นและฝึกตั้งแต่ช่วงระยะเริ่มต้นนั้นจึงส่งผลให้มีโอกาสในการพัฒนาได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด
🚩สัญญาณเตือนว่าลูกของเราอาจะเป็นออทิสติก
อ้างอิงจาก DSM-V
- เด็กมีปัญหาในด้านปฏิสัมพันธ์กับคน
- ไม่มองหน้าสบตา
- ไม่สามารถแสดงอารมณ์ความรู้สึกผ่านสีหน้าได้อย่างเหมาะสม
- ไม่สนใจคน ปลีกตัวอยู่คนเดียว
- ไม่หันหาเมื่อเรียกชื่อ
- เด็กมีปัญหาด้านการสื่อสาร
- ไม่ใช้การชี้นิ้วเพื่อสื่อสาร
- เมื่ออายุ 1 ปีแล้ว ไม่เริ่มพูด
- เมื่ออายุ 1 ปีเริ่มพูดแล้วแต่จู่ๆการพูดกลับถดถอยลง (Regression) โดยไม่มีสาเหตุ
- เมื่ออายุ 18 เดือนแล้วยังพูดรวมคำไม่ได้
- จดจำและท่อง ได้เฉพาะ ตัวเลข ตัวอักษรอย่างเดียว ไม่สามารถใช้คำมีความหมายได้
- จำคำมาพูดโดยไม่ตรงกับบริบท (Delayed echolalia)
- พูดตามทันทีโดยไม่มีความเข้าใจ (Imediate echolalia)
- เด็กมีการแสดงออกด้านพฤติกรรมที่เป็นแบบแผนซ้ำๆ
- มีพฤติกรรมกาย กระตุ้นตนเองซ้ำ ที่พบเห็นได้บ่อย เช่น กระโดด สะบัดมือ เคาะตามร่างกาย เขย่งเท้า เหล่มองแสงไฟ มองของหมุนๆ ปิดหู
- มีพฤติกรรมเล่นซ้ำๆ เช่น นำของมาเรียงกัน เล่นของทรงกลมซ้ำๆ มองพัดลม
- ยึดติดกับกิจวัตรประจำวัน ไม่ยืดหยุ่น
- พูดซ้ำๆ ถามซ้ำในเรื่องเดิม
✅สิ่งที่ผู้ปกครองควรทำทันที เมื่อพบสัญญาณเตือนเหล่านี้
- พาเด็กไปพบแพทย์เฉพาะทางด้านพัฒนาการเด็ก หรือ จิตเวชและวัยรุ่นเพื่อรับการประเมิน
- รับการฝึกกิจกรรมบำบัด โดยนักกิจกรรมบำบัด
- รับการฝึกพูด โดยนักเวชศาสตร์การสื่อความหมายหรือนักแก้ไขการพูด
นอกเหนือจากนี้ผู้ที่มีบทบาทสำคัญที่สุดในการดูแลเด็กออทิสติกคือผู้ปกครอง เนื่องจากผู้ปกครองเป็นผู้ที่ใช้เวลาอยู่กับเด็กมากที่สุด เป็นผู้ที่จะสังเกตความผิดปกติของเด็กได้ก่อนปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ รวมถึงเป็นกำลังสำคัญในการฝึกฝนพัฒนาเด็ก สนับสนุนทางด้านอารมณ์ สังคม เด็กจะเรียนรู้อย่างต่อเนื่องได้ดีที่สุดนั้น คือการทำงานร่วมกันระหว่างผู้ปกครอง แพทย์ นักบำบัด คุณครู
ปัจจุบันนี้ออทิสติกเป็นโรคที่ไม่มีทางรักษาให้หายขาดได้ แต่หากเรายอมรับ และรีบฝึกพัฒนาลูกของเราให้มีความสามารถทั้งทางด้านการสื่อสาร การเข้าสังคม การควบคุมตนเอง รวมถึงการทำกิจวัตรประจำวันดูแลตนเองได้ ตามความสามารถสูงสุดเท่าที่เค้ามี เหล่านี้ก็จะทำให้เด็กสามารถใช้ชีวิตอยู่ในสังคมได้ แต่แน่นอนว่าทุกอย่างต้องใช้ทั้งกำลังกายกำลังใจ รวมถึงใช้เวลาอย่างมาก ความทุ่มเทของผู้ปกครองจึงควรค่าแก่การได้รับกำลังใจ ความชื่นชม และ การสนับสนุนจากคนรอบข้าง เพื่อให้มีแรงก้าวเดินไปพร้อมกับลูกอย่างมั่นคงสง่างาม
✨อย่าลืมว่าการเปลี่ยนแปลงของลูกแม้เพียงเล็กน้อยก็เป็นก้าวพัฒนาอย่างหนึ่งที่เราจะร่วมยินดีกับเขา ไม่มีการแข่งขันกับใคร เพียงแข่งกับตัวเอง พาลูกไปให้ไกลตามความสามารถเขามากที่สุด และข้อสำคัญที่สุดคือ รู้เร็ว ยิ่งเริ่มรักษาได้เร็ว มีโอกาสพัฒนาได้ดีกว่า


