Highlight
- เด็กออทิสติกเทียม อาการนี้มาจากการเลี้ยงดู
- ออทิสติกเทียม ออทิสติกเทียม ต่างกันตรงไหน
- งดใช้จอ พ่อแม่เล่นด้วย ป้องกันออทิสติกเทียม


ปัจจุบันนี้คำว่า “ออทิสติกเทียม” ถูกใช้กันอย่างแพร่หลายและในหลายบ้านพาลูกไปพบคุณหมออาจได้รับคำตอบว่าลูกของเรามีอาการออทิสติกเทียม ซึ่งออทิสติกเทียมเป็นคำนิยามที่ใช้เพื่อให้คนทั่วไปเข้าใจอาการเด็กได้ง่ายขึ้นว่าเด็กกลุ่มนี้มีพัฒนาการล่าช้า โดยเฉพาะด้านภาษาและสังคม มีอาการคล้ายออทิสติก สาเหตุการเกิดอาการออทิสติกเทียมนั้นเกิดจากกการเลี้ยงดูเป็นหลัก กล่าวคือสภาพแวดล้อมขาดการส่งเสริมและกระตุ้นพัฒนาการเด็กในอย่างที่เหมาะสม มีการใช้จอ เช่น โทรศัพท์ ไอแพด ดูยูทูป มากเกินความจำเป็น ขาดการเล่น การสร้างเวลาคุณภาพร่วมกันในครอบครัว ส่วนใหญ่หากเด็กเพิ่งมาพบคุณหมอครั้งแรก คุณหมอมักจะแนะนำให้ไปปรับการเลี้ยงดู กระตุ้นพัฒนาการกับนักกิจกรรมบำบัดและนักแก้ไขการพูดก่อนสักระยะหนึ่ง อาจจะ 3 เดือน 6 เดือน จากนั้นมาติดตามอาการ หากเด็กที่มากระตุ้นพัฒนาการไว คุณพ่อคุณแม่ร่วมมือในการปรับการเลี้ยงดูและปรับพฤติกรรมลูกอย่างสม่ำเสมอจะทำให้พัฒนาการสามารถดีขึ้นได้ ดังนั้น ออทิสติกเทียม เป็นคำอธิบายเด็กที่มีพัฒนาการล่าช้าจากการเลี้ยงดูที่อาการคล้ายออทิสติก หากฝึกอย่างสม่ำเสมอแล้วอาการดีขึ้นน้อยหรือบางพฤติกรรมเด่นชัดขึ้นคุณหมออาจวินิจฉัยว่าลูกเป็นออทิสติกได้ค่ะ
ออทิสติกแท้ VS ออทิสติกเทียม

อาการออทิสติกแท้หรืออาการกลุ่ม ออทิสติกสเปกตรัม (Autistic Spectrum Disorder: ASD) จะประกอบไปด้วย 3 หัวข้อคือ มีความล่าช้าทางภาษา ปัญหาทักษะสังคมและมีพฤติกรรมซ้ำๆ คุณพ่อคุณแม่สามารถทำความเข้าใจเกี่ยวกับโรคออทิสติกได้ที่ ไขข้อข้องใจเกี่ยวกับออทิสติก
ความแตกต่างระหว่างออทิสติกแท้และออทิสติกเทียม
- สาเหตุการเกิด
- ออทิสติกแท้: เกิดจากความผิดปกติในสมอง ยังไม่ทราบสาเหตุที่ชัดเจนอาจเกี่ยวข้องกับกรรมพันธุ์ รับสารพิษระหว่างตั้งครรภ์ มีโรคประจำตัวบางโรคเช่น Fragile X
- ออทิสติกเทียม: เกิดจากการเลี้ยงดูที่ขาดปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้เลี้ยงดูและเด็ก มีการใช้หน้าจอไม่เหมาะสม
- อาการแสดง
- ออทิสติกแท้: เด็กมีความล่าช้าด้านภาษา พูดภาษาการ์ตูน ปัญหาทักษะสังคม ไม่มองหน้าสบตา และมีพฤติกรรมซ้ำๆ เช่นชอบเรียงของ ชอบจ้องของหมุน บางรายพบพฤติกรรมกระตุ้นตัวเองหรือมีปัญหาการบูรณาการประสาทรับความรู้สึก
- ออทิสติกเทียม: อาการคล้ายกับออทิสติกแท้ มักพบปัญหาพฤติกรรมรุนแรงเมื่อไม่ได้ใช้จอ ปัญหาจากการบูรณาการประสาทความรู้สึกอาจเกิดขึ้นได้จากการขาดประสบการณ์
- การตรวจพบ
- ออทิสติกแท้: สามารถสังเกตพบได้เร็วตั้งแต่อายุ 18 เดือน – 2ปี ในรายที่อาการน้อยอาจสังเกตได้เมื่อโตขึ้น
- ออทิสติกเทียม: สามารถพบได้ช่วง 2 ปีขึ้นไปซึ่งจะเห็นว่าพัฒนาการล่าช้ากว่าเด็กวัยเดียวกัน
- ความรุนแรง
- ออทิสติกแท้: สามารถแบ่งความรุนแรงได้ 3 ระดับคือ น้อย ปานกลาง มาก และอาการแสดงในแต่ละบุคคลมีรายละเอียดที่แตกต่างกันเป็นสเปกรตรัม (Spectrum)
- ออทิสติกเทียม: ขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมและการเลี้ยงดู อาการแย่ลงหากปล่อยทิ้งไว้นาน
- แนวทางการรักษา
- ออทิสติกแท้: ไม่สามารถหายได้แต่เด็กสามารถพัฒนาศักยภาพให้ดีขึ้นได้
- ออทิสติกเทียม: ไม่สามารถหายได้เอง เด็กต้องได้รับการกระตุ้นพัฒนาการ ปรับการเลี้ยงดู ปรับพฤติกรรมอย่างจริงจัง
**ทั้งนี้เด็กควรได้รับการกระตุ้นพัฒนาการกับสหวิชาชีพเช่น นักกิจกรรมบำบัด นักแก้ไขการพูด และพบแพทย์อย่างสม่ำเสมอเพื่อติดตามอาการ
เลี้ยงลูกอย่างไรให้ไกลออทิสติกเทียม
อย่างที่ได้กล่าวไปในตอนต้นแล้วว่าสาเหตุการเกิดออทิสติกเทียมนั้นเกิดจากการเลี้ยงดูที่ขาดการมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างเด็กและผู้ดูแล มีการใช้หน้าจอไม่เหมาะสม จึงทำให้เด็กขาดโอกาสที่จะมีปฏิสัมพันธ์ ขาดโอกาสที่จะได้พัฒนาทักษะสังคมและภาษาจนนำไปสู่พัฒนาการที่ล่าช้าและมีอาการคล้ายออทิสติก ยิ่งปล่อยไว้นานอาการจะยิ่งรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ ใช้เวลานานในการแก้ไขให้เด็กๆ กลับมามีพัฒนาการที่สมวัยได้ซึ่งต้องใช้เงิน ใช้เวลาและใช้พลังใจอย่างมาก ดังนั้นเรามาป้องกันการเกิดพัฒนาการล่าช้าจนมีอาการออทิสติกเทียมกันดีกว่าค่ะ

- ไม่ใช้หน้าจอก่อนวัยอันควร: ตามคำแนะนำเด็กเล็กที่อายุต่ำกว่า 2 ปี งดใช้หน้าจอเด็ดขาด 3 – 4 ปี สามารถใช้ได้ไม่เกินวันละ 60 นาที และควรส่งเสริมให้เด็กได้มีกิจกรรมการเคลื่อนไหวอย่างอื่นร่วมด้วย
- เล่นด้วยกันภายในครอบครัว: เด็กๆ ควรมีเวลาคุณภาพร่วมกับคุณพ่อคุณแม่ ของเล่นไม่จำเป็นต้องมีราคาแพง ขอแค่มีการใช้เวลาร่วมกัน เล่นอย่างสนุกสนานเท่านี้เด็กๆก็จะได้เรียนรู้ทักษะสังคมและทักษะภาษาผ่านการสื่อสารสองทาง (Two-way communication)
- เปิดโอกาสให้เด็กได้พบสิ่งแวดล้อมนอกบ้าน พบเจอผู้อื่น: ในยุคโควิดเด็กมักจะอยู่แต่ภายในบ้านจึงทำให้เด็กขาดประสบการณ์ในการพบเจอสิ่งแวดล้อมนอกบ้าน การพาออกนอกบ้านไปทำกิจกรรมหรืไปตามสวนสาธารณะจะช่วยให้เด็กได้มีทักษะสังคม ได้รับการกระตุ้นประสาทสัมผัสใหม่ๆ
- หมั่นตรวจเช็คพัฒนาการ: คุณพ่อคุณแม่สามารถตรวจเช็คพัฒนาการง่ายๆ จากสมุดคู่มือเล่มสีชมพูที่ได้รับตั้งแต่ฝากครรภ์ หรือเช็คจาก Redflag หากพบอาการที่เข้าข่ายว่าพัฒนาการล่าช้า ควรรีบแพทย์และกระตุ้นพัฒนาการกับนักกิจกรรมบำบัดและนักแก้ไขการพูด
ออทิสติกเทียมสามารถป้องกันได้เริ่มที่ งดหน้าจอ พ่อแม่เล่นด้วย แม้ว่าออทิสติกเทียมจะสามารถหายได้แต่หากเด็กขาดการกระตุ้นอย่างเหมาะสม ขาดการปรับการเลี้ยงดูและปรับพฤติกรรมอย่างจริงจัง เด็กก็จะไม่สามารถพัฒนาศักยภาพได้อย่างเต็มที่ เมื่อไหร่ที่เริ่มสังเกตเห็นพัฒนาการที่ล่าช้าอย่าชะล่าใจและรอให้เด็กดีขึ้นเองเพราะบางครั้งลูกเราอาจไม่โชคดีเหมือนเด็กคนอื่น รีบมาประเมินพัฒนาการและรับคำแนะนำที่เหมาะสมกันดีกว่านะคะ ก่อนที่จะพลาดช่วงเวลาแห่งการเรียนรู้ของลูกไป


